หมากรุกไทย มีแหล่งที่มามาจากไหน?

ผมเชื่อว่าไม่มีเกมไหนที่เราจะสนุกได้เท่ากับการเล่นหมากรุก มันเป็นเกมที่สามารถเล่นได้ทุกที่ และมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากในอดีต ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนก็ต่างมีเกมหมากรุกเป็นของตัวเอง ก่อนที่จะมีเกมหมากรุกสากลที่นำมาแข่งขันกันในระดับโลก สำหรับประเทศไทยก็มีเกมหมากรุกเป็นของตัวเองเช่นกัน แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามันมีความเป็นมาอย่างไร วันนี้เราจะพาไปไขปริศนาจุดกำเนิดของ ‘หมากรุกไทย’ ว่ามันมีต้นกำเนิดมาจากที่ไหนกันแน่

ประวัติของหมากรุกย้อนหลังไปเกือบ 1,500 ปี มันเป็นเกมที่มีต้นกำเนิดในอินเดียตอนเหนือในคริสต์ศตวรรษที่ 6 และแพร่กระจายไปยังเปอร์เซีย เมื่อชาวอาหรับพิชิตเปอร์เซียหมากรุกก็ถูกนำไปเล่นโดยชาวมุสลิมทั่วโลก หลังจากชาวมัวร์ยึดครองสเปนมันก็ยิ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในทวีปยุโรป โดยเฉพาะทางตอน แต่ในช่วงแรกๆ ของรัสเซียเกมนี้มีต้นกำเนิดมาจาก Khanates (ดินแดนมุสลิม) ทางใต้โดยตรง

ส่วนคำถามที่ว่าประเทศไทยเริ่มมีการเล่นหมากรุนกันตั้งแต่เมื่อไหร่นั้น ปัจจุบันนี้เราเองก็ยังหาคำตอบที่ชัดเจนกันไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐานหรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือใด จะช่วยยืนเราได้ถึงการเข้ามาของหมากรุกในประเทศไทย แต่คนส่วนใหญ่มีข้อสันนิฐานอยู่ 2 ข้อ ว่ามันอาจจะมาจากคนอินเดีย หรือไม่ก็มาจากคนประเทศจีน ซึ่งทั้งสองประเทศนี้ต่างทำการค้ากับไทยมายาวนานกว่าหลายร้อยปี ทำให้พ่อค้าเหล่านี้อาจนำหมากรุกเข้ามานำเสนอในประเทศไทยด้วย

เราเชื่อว่าต้นแบบของหมากรุกไทยคือ ‘จตุรงค์’ เป็นหมากรุกของคนอินเดียที่เริ่มเล่นกันมาตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน หลักฐานที่ชี้ให้เราเห็นว่ามันมีความเป็นไปได้ คือตามการบันทึกของพระยาลิไทยที่ได้เรียนรู้ศาสตร์จตุรงค์ เพื่อใช้เป็นการศึกษาการปกครองบ้านเมือง และศึกษากลยุทธ์ในการทำสงคราม จนกระทั่งในปี 2509 ได้มีการขุดพบตัวหมากรุกในเมืองสุโขทัย เป็นตัวหมากที่ทำขึ้นจากดินเผา มีสีเขียว กับ สีขาว และสีน้ำตาล นักวิชาการเชื่อกันว่าคนไทยเล่นหมากรุกกันมาตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 17 กันแล้ว เพราะเป็นช่วงแรกที่เริ่มมีการใช้เตาเผาเครื่องเคลือบเป็นครั้งแรกๆ ในสมัยนั้น ในสมัยก่อนคนที่เล่นหมากรุกจำกัดอยู่ในกลุ่มชนชั้นสูง หรือในบรรดาหมู่สงฆ์เท่านั้น เนื่องเป็นการเล่นที่ชาวบ้านทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก แต่เชื่อว่าในสมัยสุโขทัยเคยเล่นหมากรุนกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในระหว่างการค้ากับบรรดาละแวกใกล้เคียง

การเล่นหมากรุกไทย

แต่เดิมเป็นเกมที่คิดขึ้นมาให้เล่น 4 คน แต่ภายหลังมีการปรับให้เหลือผู้เล่น 2 คน โดยตัวหมากรุกจะแบ่งออกเป็น 6 ชนิด ได้แก่ ‘ขุน’ เป็นตัวที่สำคัญที่สุด สามารถเดินได้รอบตัว ‘เม็ด’ สามารถเดินแนวทแยงได้ 4 ด้าน ‘โคน’ เดินเหมือนกับเม็ดแต่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ ‘ม้า’ เดินเป็นตัว L เหมือนกับหมากรุนสากล โดยสามารถที่จะขามหมากตัวอื่นในกระดานได้ ‘เรือ’ เดินยาวจนสุดระยะ เหมือนกับหมากรุกสากล สุดท้ายคือ ‘เบี้ย’ เป็นเหมือนทหารแนวหน้าที่เมื่อเดินไปแนวฝ่ายตรงข้าม สามารถหงายเพื่อให้มีความสามารถแบบเดียวกับเม็ด

วิธีเล่นคือแต่ละคนจะต้องผลัดกันเดิน 1 ตัว ถ้าสามารถเดินหมากไปในตำแหน่งที่ตัวหมากของผู้เล่นอีกฝ่ายได้ หมากของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจะโดนกิน แล้วต้องนำออกนอกกระดาน สมมุติว่าถ้าเดินหมากไปในตำแหน่งที่สามารถกินตัวขุนของอีกฝ่ายได้ แบบนี้จะเรียกว่า ‘รุก’ ถ้าตาต่อไปขุนไม่หนี หรือหนีไม่ได้ แสดงว่า ‘จน’ ส่วนถ้าไม่สามารถเดินตัวหมากไปไหนได้เลยในตาถัดไปเลยเรียกว่า ‘อับ’ หมายความว่าเสมอกัน

Posted in หมากรุก.